ใยอาหารแบบไหน ช่วยลดน้ำหนักแสนดื้อ  ใช่ "ใยอาหารชนิดหนืด" หรือเปล่า

ใยอาหารแบบไหน ช่วยลดน้ำหนักแสนดื้อ ใช่ "ใยอาหารชนิดหนืด" หรือเปล่า

บทความนี้เป็น systematic review และ meta-analysis นี้รวบรวมการทดลอง 62 งานจากผู้เข้าร่วม 3,877 คน และพบว่า viscous fiber สามารถลดน้ำหนักตัว BMI และรอบเอวได้เล็กน้อยในผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ถูกจำกัดแคลอรี โดยน้ำหนักลดเฉลี่ยประมาณ 0.33 กิโลกรัม รอบเอวลดประมาณ 0.63 เซนติเมตร และ BMI ลดประมาณ 0.28 kg/m² ส่วนผลต่อ body fat ยังไม่ชัดเจน แม้จะมีสัญญาณว่าปริมาณที่สูงขึ้นอาจมีผลมากขึ้น

ผลที่เด่นกว่าพบในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน/โรคอ้วน และผู้ที่เป็นเบาหวานหรือ metabolic syndrome ขณะเดียวกัน ระยะเวลาที่นานกว่า 8 สัปดาห์มีแนวโน้มให้ผลต่อน้ำหนัก มากกว่า

คำถามสำคัญของงานวิจัยชิ้นนี้

คำถามของงานวิจัยนี้น่าสนใจตรงที่ไม่ได้ถามเพียงว่า “ใยอาหารช่วยลดน้ำหนักหรือไม่” แต่เจาะจงไปที่ใยอาหารที่มีคุณสมบัติทำให้เกิดความหนืด หรือ viscous fiber และถามต่อว่า หากคนยังรับประทานอาหารตามปกติ ไม่ได้ถูกกำหนดให้จำกัดพลังงาน ใยอาหารชนิดนี้จะมีผลต่อน้ำหนักตัว รอบเอว ดัชนีมวลกาย และไขมันในร่างกายหรือไม่

เหตุผลที่ต้องแยก “viscous fiber” ออกจากใยอาหารโดยรวม เพราะใยอาหาร แต่ละชนิดมีคุณสมบัติทางกายภาพและสรีรวิทยาไม่เหมือนกัน ใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ มีบทบาทเด่นในเรื่องการเพิ่มกากอุจจาระ

ขณะที่ใยอาหารที่มีความหนืดสามารถเปลี่ยนความหนืดของอาหารภายในทางเดินอาหารได้ และมีข้อมูลก่อนหน้านี้ว่ามีผลต่อระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด และความดันโลหิต

งานวิจัยจึงพยายามตัดตัวแปรเรื่อง “การลดแคลอรี” ออกไป เพื่อดูผลของ viscous fiber โดยตรงมากขึ้น กล่าวคือ ผู้เข้าร่วมการศึกษายังคงรับประทานอาหารแบบ ad libitum หรือรับประทานตามความต้องการของตนเอง ไม่ได้ถูกบังคับให้ลดพลังงานลง

งานวิจัยนี้ทำอย่างไร

ผู้วิจัยทำ systematic review และ meta-analysis ของการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม เดตการค้นหาถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2019 งานที่นำมาวิเคราะห์ต้องมีระยะเวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์ และต้องประเมินผลของการเพิ่ม viscous fiber ในอาหารที่ไม่ได้จำกัดแคลอรี

จากรายการที่ค้นพบทั้งหมด 9,323 รายการ หลังคัดกรองและประเมินฉบับเต็ม เหลือ 62 การศึกษา รวมผู้เข้าร่วม 3,877 คนสำหรับการวิเคราะห์ขั้นสุดท้าย งานส่วนใหญ่เป็นการศึกษาในผู้ใหญ่ และมีทั้งกลุ่มสุขภาพดี ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงผู้ที่เป็นเบาหวานหรือมี metabolic syndrome

ใยอาหารที่ถูกรวมในการวิเคราะห์ ได้แก่ psyllium, β-glucan, guar gum, konjac, alginate, xanthan gum, agar และสูตรผสมของ viscous fiber บางชนิด ทั้งจากอาหาร เช่น ข้าวโอ๊ตและข้าวบาร์เลย์ และจากผลิตภัณฑ์เสริมใยอาหาร

ภาพรวมของผลที่พบ

ผลรวมของทั้ง 62 การศึกษาพบว่า viscous fiber ทำให้น้ำหนักตัวลดลงโดยเฉลี่ย 0.33 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม พร้อมกับ BMI ลดลง 0.28 kg/m² และรอบเอวลดลง 0.63 เซนติเมตร ส่วนไขมันในร่างกายลดลง 0.78% แต่ผลนี้อยู่บริเวณเส้นแบ่งนัยสำคัญ ทางสถิติ จุดสำคัญคือ ผลดังกล่าวเกิดขึ้นในบริบทที่ผู้เข้าร่วมไม่ได้ถูกจำกัดพลังงาน

ดังนั้นงานนี้ไม่ได้บอกว่า viscous fiber เป็นตัวแทนของการควบคุมพลังงาน แต่สนับสนุนว่าใยอาหารที่มีความหนืดอาจมีผลต่อน้ำหนักตัวได้บางส่วน แม้ไม่ได้กำหนดให้คนกินน้อยลงโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยเน้นชัดเจนว่าขนาดของผลค่อนข้างเล็ก และยังไม่ควรตีความว่า viscous fiber เพียงอย่างเดียวสามารถทำให้น้ำหนักลดลงอย่างมีนัยสำคัญในระดับบุคคล

 

ผลรวมของน้ำหนักตัว

เมื่อรวมผลการศึกษาที่ประเมินน้ำหนักตัว พบว่าน้ำหนักลดลงเฉลี่ย 0.33 กิโลกรัม เมื่อได้รับ viscous fiber เทียบกับกลุ่มควบคุม ช่วงความเชื่อมั่น 95% อยู่ที่ประมาณ 0.14–0.51 กิโลกรัมในทิศทางของการลดน้ำหนัก ผลนี้มีนัยสำคัญทางสถิติ

แต่ตัวเลข 0.33 กิโลกรัมควรถูกอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะนี่คือ “ค่าเฉลี่ยของ ความแตกต่างระหว่างกลุ่ม” ไม่ใช่ปริมาณน้ำหนักที่ทุกคนจะลดได้เท่ากัน และการศึกษาต่าง ๆ ให้ผลแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยค่า I² เท่ากับ 66% ซึ่งสะท้อนความแตกต่างระหว่างการศึกษาในระดับค่อนข้างมาก

ใครตอบสนองมากกว่า

เมื่อแบ่งผู้เข้าร่วมตามลักษณะประชากร ผลที่เห็นชัดที่สุดอยู่ในกลุ่มที่มีน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน และกลุ่มที่เป็นเบาหวานหรือมี metabolic syndrome

• กลุ่มน้ำหนักเกิน/โรคอ้วน: น้ำหนักลดเฉลี่ยประมาณ 0.46 กิโลกรัม

• กลุ่มเบาหวาน/metabolic syndrome: น้ำหนักลดเฉลี่ยประมาณ 0.45 กิโลกรัม

• กลุ่มที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มน้ำหนักเกิน: ไม่พบการลดน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญ

• กลุ่มสุขภาพดี: ไม่พบความแตกต่างของน้ำหนักตัว

ดังนั้น ผลไม่ได้กระจายเท่ากันในทุกคน แต่ดูเหมือนจะเด่นกว่าในกลุ่มที่มีน้ำหนักเกิน/ โรคอ้วน หรือมีความผิดปกติทางเมตาบอลิซึมอยู่แล้ว

ระยะเวลาสำคัญกว่าปริมาณหรือไม่

ประเด็นที่น่าสนใจคือ meta-regression พบความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาการ ทดลองกับการเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก ยิ่งระยะเวลานานขึ้น ผลการลดน้ำหนักมีแนวโน้ม มากขึ้น โดยการศึกษาที่นานตั้งแต่ 8 สัปดาห์ขึ้นไปให้ผลมากกว่าการศึกษาที่สั้นกว่า

เมื่อแบ่งตามระยะเวลา ผู้วิจัยรายงานว่างานที่สั้นกว่า 8 สัปดาห์ มีการเปลี่ยนน้ำหนัก ประมาณ −0.08 กิโลกรัม ขณะที่งานที่ยาวกว่า 8 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ −0.82 กิโลกรัม ความแตกต่างนี้มีนัยสำคัญทางสถิติ

ตรงกันข้าม ไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าการเพิ่ม “ขนาดของใยอาหาร” จะทำให้น้ำหนัก ลดลงเป็นเส้นตรงหรือเพิ่มขึ้นตามปริมาณอย่างง่าย ๆ ดังนั้นคำว่า “กินใยอาหารมาก ขึ้นยิ่งลดน้ำหนักมากขึ้น” ยังไม่ใช่ข้อสรุปจากข้อมูลชุดนี้

ทำไมตัวเลขจึงไม่ได้ใหญ่

ผู้วิจัยมองว่าการลดลง 0.33 กิโลกรัมถือว่าค่อนข้างเล็ก และยังไม่มีความหมายทาง คลินิกมากนักเมื่อมองเป็นรายบุคคล แต่ความน่าสนใจของผลนี้อยู่ที่ มันเกิดขึ้น โดยไม่ได้บังคับให้ผู้เข้าร่วมลดพลังงาน

กล่าวอีกแบบหนึ่งคือ viscous fiber อาจเป็น “ตัวช่วย” ในระบบการควบคุมน้ำหนัก มากกว่าจะเป็นเครื่องมือหลักในการลดน้ำหนัก งานวิจัยไม่ได้สนับสนุนแนวคิดว่า การเติมใยอาหารเพียงอย่างเดียวจะทำให้น้ำหนักลดลงมาก

 

ใยอาหารชนิดหนืดทำงานอย่างไร

เริ่มจากการพิจารณาความหนืดและความอิ่มก่อน แนวคิดหลักของงานวิจัยคือ viscous fiber สามารถเพิ่มความหนืดของอาหาร ภายในทางเดินอาหาร ความหนืดที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้อาหารเคลื่อนผ่าน กระเพาะและทางเดินอาหารช้าลง ส่งผลต่อความเร็ว ในการย่อยและการดูดซึมสารอาหาร

ผู้วิจัยอธิบายว่า กลไกที่เป็นไปได้ประกอบด้วยการเพิ่มความอิ่มหรือ satiety การเพิ่ม การขยายตัวของกระเพาะ การชะลอ gastric emptying และการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ ของสารอาหาร รวมถึงอาจเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนในกลุ่ม incretin และฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง กับการควบคุมความอยากอาหาร

เมื่อคนรู้สึกอิ่มนานขึ้น กลไกหนึ่งที่เป็นไปได้คือ กินอาหารมื้อต่อไปน้อยลง หรือรับ พลังงานรวมลดลง แม้ว่าจะไม่ได้รับคำสั่งให้จำกัดแคลอรี

แต่ผลในชีวิตจริงไม่ได้เห็นผลดีเท่าผลระยะสั้น

ข้อมูลจากการศึกษาก่อนหน้าแสดงว่า viscous fiber สามารถเพิ่มความอิ่มได้ในบริบท ของอาหารหนึ่งมื้อ และการทบทวนงานวิจัยหนึ่งพบว่า soluble fiber ซึ่งรวมชนิดที่ มีความหนืด มีแนวโน้มลดพลังงานที่รับประทาน และความอยากอาหารได้มากกว่า ใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ

อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมาอยู่ในชีวิตจริงที่ผู้คนสามารถเลือกอาหารได้เอง ผลของการลด ความอยากอาหารในระยะสั้นกลับแปลเป็น การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักในระยะยาวเพียง เล็กน้อย นี่เป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะแสดงให้เห็นว่า “กลไกดูดี” ไม่ได้หมายความว่า จะเกิดการลดน้ำหนักมากในชีวิตจริง

ไม่ใช่ viscous fiber ทุกชนิดให้ผลเหมือนกัน

ที่น่าสนใจคือความหนืดที่สูงมากไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลลดน้ำหนักสูงสุดเสมอไป ตัวอย่างที่ผู้วิจัยยกคือ viscous fiber blend ที่ประกอบด้วย konjac, xanthan gum และ alginate ซึ่งมีความหนืดสูง ไม่ได้แสดงผลลดน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ psyllium ซึ่งมีความหนืดต่ำกว่าในบางบริบทกลับลดน้ำหนักได้มากกว่า

ดังนั้น คุณสมบัติของใยอาหารไม่ได้มีเพียงคำว่า “หนืดหรือไม่หนืด” แต่ยังมีความแตกต่าง ด้านชนิด โครงสร้าง ปริมาณ การเตรียมอาหาร และ food matrix ซึ่งอาจมีผลต่อ การตอบสนอง

ปริมาณที่ใช้ในงานวิจัย

ปริมาณที่ใช้แตกต่างกันมาก ตั้งแต่ประมาณ 0.8 ถึง 36 กรัมต่อวัน แต่ค่ามัธยฐานของงาน ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 6.7 กรัมต่อวัน และระยะเวลามัธยฐานประมาณ 10 สัปดาห์ สำหรับผลต่อน้ำหนัก การวิเคราะห์ไม่ได้พบ dose-response ที่ชัดเจน

ผู้วิจัยเสนอว่าปริมาณระดับประมาณ 6–7 กรัมของ viscous fiber ต่อวันเป็นปริมาณ ที่มีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง โดยอาจอยู่ในอาหารหนึ่งหน่วย เช่น nutrition bar, yogurt, breakfast cereal หรือเครื่องดื่ม แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนจำเป็นต้อง ได้รับปริมาณนี้

 

ผลต่อ BMI รอบเอว และไขมันในร่างกาย

BMI ลดลงเล็กน้อย เมื่อวิเคราะห์ BMI แยกต่างหาก พบว่าค่า BMI ลดลงเฉลี่ย 0.28 kg/m² เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม และผลที่เห็นชัดอยู่ในกลุ่มน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างระหว่างการศึกษาค่อนข้างสูงมาก โดย I² เท่ากับ 82% และคุณภาพหลักฐานสำหรับ BMI ถูกจัดอยู่ในระดับ “ต่ำ” ตามระบบ GRADE เนื่องจากมีทั้งความไม่สอดคล้องของผลและความไม่แม่นยำของค่าประมาณ

รอบเอวลดลง

สำหรับรอบเอว ผลรวมพบการลดลงประมาณ 0.63 เซนติเมตร โดยมีความแตกต่าง ระหว่างกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อแบ่งประชากร ผลที่ชัดเจนที่สุด อยู่ในผู้ที่ มีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด รอบเอวลดลงประมาณ 1.92 เซนติเมตร ในการวิเคราะห์กลุ่มย่อย ขณะที่กลุ่มน้ำหนักเกิน/โรคอ้วนและกลุ่มสุขภาพดีไม่ได้ แสดงผลที่ชัดเจนเท่ากัน

ผลรวมของรอบเอวมี heterogeneity ระดับค่อนข้างมากเช่นกัน โดย I² เท่ากับ 62% และการวิเคราะห์ sensitivity พบว่าการศึกษาบางงานมีอิทธิพลต่อความแตกต่าง ระหว่างงานวิจัย

ไขมันในร่างกาย: ยังไม่ชัดเจน

เมื่อดู body fat โดยรวม ผลลดลงประมาณ 0.78% แต่ช่วงความเชื่อมั่นแตะศูนย์และค่า P อยู่ที่ 0.05 จึงถือว่ายังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าการลดลงนี้เป็นผลที่แน่นอน

ในกลุ่มน้ำหนักเกิน/โรคอ้วน พบการลด body fat ประมาณ 0.85% ในการวิเคราะห์กลุ่มย่อย อย่างไรก็ตาม ผลโดยรวมยังต้องตีความด้วยความระมัดระวัง

ประเด็นที่น่าสนใจคือ เมื่อวิเคราะห์ตามปริมาณ viscous fiber พบความสัมพันธ์กับการลด body fat มากขึ้น โดยขนาดตั้งแต่ 9 กรัมต่อวันขึ้นไปให้ผลมากกว่าในบางการวิเคราะห์ และมีหลักฐานของ dose-response สำหรับ body fat แต่รูปแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้น กับน้ำหนักตัวหรือ BMI

สรุปผล

• น้ำหนักตัว: −0.33 กก. โดยรวม; หลักฐานระดับปานกลาง

• BMI: −0.28 kg/m² โดยรวม; หลักฐานระดับต่ำ

• รอบเอว: −0.63 ซม. โดยรวม; หลักฐานระดับสูง

• ไขมันในร่างกาย: −0.78% โดยรวม แต่ยังอยู่บริเวณเส้นแบ่งของนัยสำคัญ; หลักฐานระดับสูง

• ผลเด่นกว่า: น้ำหนักเกิน/โรคอ้วน และเบาหวาน/metabolic syndrome สำหรับน้ำหนักตัว

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนนำผลไปใช้

• การศึกษามีระยะเวลาต่างกันมาก โดยค่ามัธยฐานประมาณ 8–10 สัปดาห์ และประมาณ 40% ของการศึกษาสั้นกว่า 8 สัปดาห์ จึงยังไม่ตอบชัดเจนถึงผลระยะยาว

• อาหารพื้นฐานของแต่ละการศึกษาแตกต่างกัน และประมาณ 40% ใช้อาหารที่มี whole grain หรือ cereal fiber เป็นตัวควบคุม ซึ่งอาจทำให้ความแตกต่างระหว่างกลุ่มเล็กลง

• ผลของแต่ละการศึกษาแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะน้ำหนักและ BMI จึงมี heterogeneity สูง

• มีสัญญาณของ publication bias สำหรับผลลัพธ์น้ำหนักตัว แม้การวิเคราะห์ trim-and-fill ไม่ได้ทำให้ค่าผลรวมเปลี่ยนแปลง

• ปริมาณใยอาหารไม่ได้อธิบายผลลัพธ์ทั้งหมด เพราะชนิด โครงสร้าง ความหนืด และ food matrix แตกต่างกัน

• งานวิจัยนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่า viscous fiber ชนิดใดดีที่สุดสำหรับทุกคน

 

ข้อสรุปที่เหมาะสมที่สุดจากงานนี้จึงคือ viscous fiber “อาจช่วย” การควบคุมน้ำหนักได้ แม้ไม่จำกัดแคลอรี แต่ผลโดยตัวมันเองค่อนข้าง modest และไม่ควรคาดหวัง การลดน้ำหนักจำนวนมากจากใยอาหารเพียงอย่างเดียว หลักฐานยังต้องการการศึกษา ระยะยาวและคุณภาพสูงขึ้น เพื่อยืนยันว่าผลจะคงอยู่ และเพื่อระบุว่า ชนิดและปริมาณ ใดเหมาะสมที่สุด

 

สรุปจาก Jovanovski E, Mazhar N, Komishon A, Khayyat R, Li D, Blanco Mejia S, Khan T, L Jenkins A, Smircic-Duvnjak L, L Sievenpiper J, Vuksan V. Can dietary viscous fiber affect body weight independently of an energy-restrictive diet?A systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. Am J Clin Nutr. 2020 Feb 1;111(2):471-485. doi: 10.1093/ajcn/nqz292. PMID: 31897475.

กลับไปยังบทความ